counter 8,588

หัวใจดวงเดิม


 

เหมือนเดิม   อากาศร้อน

เหมือนเดิม   ฝนตก          

เหมือนเดิม   วิถีชีวิต


สำหรับบางคนแล้ว

บางสิ่งบางอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยน



 

นานแล้วที่ไม่ได้บอก รักกัน

นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

นานแล้วที่เราไม่เคยใกล้กัน

แต่เธอก็ยังเหมือนเดิม

มีเหตุผลอะไรไหม ที่เธอไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีคนๆ เดิมกับหัวใจดวงเดิมให้เธออีกแล้ว

ฉันเปลี่ยนไปแล้ว

แต่เธอก็ยังไม่เปลี่ยน

ยังคงห่วงใยเหมือนเดิม

ยังคงถามทุกข์สุขไม่เปลี่ยน

ยังคงรอสักวันที่ฉันจะกินข้าวกับเธออีกสักครั้ง

เวลาไม่เคยหยุดเธอได้เลยหรือ

 



ไม่อยากเจอเธออีก

เพราะฉันไม่รักเธออีกแล้ว

.

.

.

.

.

.
ไม่รักเธอแล้ว

.

.

.

.

.

.
เวลาที่เรามีคนรัก เราควรจะรักเขาอย่างสุดหัวใจ

เพราะไม่มีรักไหนดีไปกว่ารักที่อยู่ในวันนี้

ตามหาไป ของใหม่ก็ไม่รู้ของแท้หรือเทียม

 

 

 

 

ข้อความคิดส่งท้ายก่อนนอน

"เสียใจที่ได้ทำแม้ว่าไม่สำเร็จ ดีกว่าเสียใจที่ยังไม่ลอง..แม้แต่จะเริ่มทำ"



 

คืนนี้จะนอนหลับฝันดี

ตอนเช้าตื่นมาส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันคนใหม่ มองโลกในแง่ดี"  



 

 

พักนี้เปลี่ยน Theme ได้ทุกวันสิน่า

 

 



 

หัวใจดวงเดิม


 

เหมือนเดิม   อากาศร้อน

เหมือนเดิม   ฝนตก          

เหมือนเดิม   วิถีชีวิต


สำหรับบางคนแล้ว

บางสิ่งบางอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยน



 

นานแล้วที่ไม่ได้บอก รักกัน

นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

นานแล้วที่เราไม่เคยใกล้กัน

แต่เธอก็ยังเหมือนเดิม

มีเหตุผลอะไรไหม ที่เธอไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีคนๆ เดิมกับหัวใจดวงเดิมให้เธออีกแล้ว

ฉันเปลี่ยนไปแล้ว

แต่เธอก็ยังไม่เปลี่ยน

ยังคงห่วงใยเหมือนเดิม

ยังคงถามทุกข์สุขไม่เปลี่ยน

ยังคงรอสักวันที่ฉันจะกินข้าวกับเธออีกสักครั้ง

เวลาไม่เคยหยุดเธอได้เลยหรือ

 



ไม่อยากเจอเธออีก

เพราะฉันไม่รักเธออีกแล้ว

.

.

.

.

.

.
ไม่รักเธอแล้ว

.

.

.

.

.

.
เวลาที่เรามีคนรัก เราควรจะรักเขาอย่างสุดหัวใจ

เพราะไม่มีรักไหนดีไปกว่ารักที่อยู่ในวันนี้

ตามหาไป ของใหม่ก็ไม่รู้ของแท้หรือเทียม

 

 

 

 

ข้อความคิดส่งท้ายก่อนนอน

"เสียใจที่ได้ทำแม้ว่าไม่สำเร็จ ดีกว่าเสียใจที่ยังไม่ลอง..แม้แต่จะเริ่มทำ"



 

คืนนี้จะนอนหลับฝันดี

ตอนเช้าตื่นมาส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันคนใหม่ มองโลกในแง่ดี"  



 

 

พักนี้เปลี่ยน Theme ได้ทุกวันสิน่า

 

 



 

สิ่ ง ดี ดี ที่ เ รี ย ก ว่ า รั ก

การตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับช่วงเหตุการณ์หนึ่ง

 

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป

 

ความตื่นเต้นเวลาที่อยู่ข้างๆ ก็หายไป

ความคิดถึงเวลาที่อยู่ห่างไกลก็หายไป

ความห่วงใยก็ลดลง

คำหวานๆ ก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว

อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป

 

ทั้งที่ ความรักนานวันก็รักกันมากขึ้น แต่สิ่งที่แทนความหมายของความรักกลับลดลง

เพราะอะไร

 

เพราะว่า เรารู้จักเขามากพอแล้ว

เพราะว่า เรามี msg เยอะจนไม่ต้องส่งให้อีกแล้ว

เพราะว่า วันๆ ก็ทำอะไรเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องโทรไปบ่อย ๆ ยังไงคำตอบก็ได้ยินแบบเดิมๆ

เพราะว่า เราห้ามเขาไม่ให้ไปไหนมาไหนทำให้ไม่เจออะไรเสี่ยงๆ ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วง  

 

เพราะว่า เราทำความรักหล่นหาย เหลือเพียงแต่ ความผูกพัน หรือเปล่า

 

รักเก็บไว้ในใจ

ความห่วงใยก็เก็บเอาไว้

ความคิดถึงก็เก็บเอาไว้

คำหวานๆ ก็เลี่ยนไป

 

จะเหลืออะไรที่ให้กันอีก

 

น้อยใจอีกแล้ว

ขี้งอนอีกแล้ว

ขี้เหงาได้อีก

เพ้อเจ้อได้อีก

 

แต่ก็ยังหัวเราะให้กับตัวเองได้อีกเยอะ เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ความรักของใครคนเดียวที่ต้องแคร์ (มากนัก)

 

ข้อคิดส่งท้าย

เวลาแม่โทรมาถามว่า กินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ แม่ไม่ได้อยากรู้หรอกว่าคำตอบคืออะไร

 

แต่แม่กำลังบอกว่า รัก เรา

หัวใจดวงเดิม


 

เหมือนเดิม   อากาศร้อน

เหมือนเดิม   ฝนตก          

เหมือนเดิม   วิถีชีวิต


สำหรับบางคนแล้ว

บางสิ่งบางอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยน



 

นานแล้วที่ไม่ได้บอก รักกัน

นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

นานแล้วที่เราไม่เคยใกล้กัน

แต่เธอก็ยังเหมือนเดิม

มีเหตุผลอะไรไหม ที่เธอไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีคนๆ เดิมกับหัวใจดวงเดิมให้เธออีกแล้ว

ฉันเปลี่ยนไปแล้ว

แต่เธอก็ยังไม่เปลี่ยน

ยังคงห่วงใยเหมือนเดิม

ยังคงถามทุกข์สุขไม่เปลี่ยน

ยังคงรอสักวันที่ฉันจะกินข้าวกับเธออีกสักครั้ง

เวลาไม่เคยหยุดเธอได้เลยหรือ

 



ไม่อยากเจอเธออีก

เพราะฉันไม่รักเธออีกแล้ว

.

.

.

.

.

.
ไม่รักเธอแล้ว

.

.

.

.

.

.
เวลาที่เรามีคนรัก เราควรจะรักเขาอย่างสุดหัวใจ

เพราะไม่มีรักไหนดีไปกว่ารักที่อยู่ในวันนี้

ตามหาไป ของใหม่ก็ไม่รู้ของแท้หรือเทียม

 

 

 

 

ข้อความคิดส่งท้ายก่อนนอน

"เสียใจที่ได้ทำแม้ว่าไม่สำเร็จ ดีกว่าเสียใจที่ยังไม่ลอง..แม้แต่จะเริ่มทำ"



 

คืนนี้จะนอนหลับฝันดี

ตอนเช้าตื่นมาส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันคนใหม่ มองโลกในแง่ดี"  



 

 

พักนี้เปลี่ยน Theme ได้ทุกวันสิน่า

 

 



 

สิ่ ง ดี ดี ที่ เ รี ย ก ว่ า รั ก

การตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับช่วงเหตุการณ์หนึ่ง

 

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป

 

ความตื่นเต้นเวลาที่อยู่ข้างๆ ก็หายไป

ความคิดถึงเวลาที่อยู่ห่างไกลก็หายไป

ความห่วงใยก็ลดลง

คำหวานๆ ก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว

อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป

 

ทั้งที่ ความรักนานวันก็รักกันมากขึ้น แต่สิ่งที่แทนความหมายของความรักกลับลดลง

เพราะอะไร

 

เพราะว่า เรารู้จักเขามากพอแล้ว

เพราะว่า เรามี msg เยอะจนไม่ต้องส่งให้อีกแล้ว

เพราะว่า วันๆ ก็ทำอะไรเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องโทรไปบ่อย ๆ ยังไงคำตอบก็ได้ยินแบบเดิมๆ

เพราะว่า เราห้ามเขาไม่ให้ไปไหนมาไหนทำให้ไม่เจออะไรเสี่ยงๆ ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วง  

 

เพราะว่า เราทำความรักหล่นหาย เหลือเพียงแต่ ความผูกพัน หรือเปล่า

 

รักเก็บไว้ในใจ

ความห่วงใยก็เก็บเอาไว้

ความคิดถึงก็เก็บเอาไว้

คำหวานๆ ก็เลี่ยนไป

 

จะเหลืออะไรที่ให้กันอีก

 

น้อยใจอีกแล้ว

ขี้งอนอีกแล้ว

ขี้เหงาได้อีก

เพ้อเจ้อได้อีก

 

แต่ก็ยังหัวเราะให้กับตัวเองได้อีกเยอะ เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ความรักของใครคนเดียวที่ต้องแคร์ (มากนัก)

 

ข้อคิดส่งท้าย

เวลาแม่โทรมาถามว่า กินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ แม่ไม่ได้อยากรู้หรอกว่าคำตอบคืออะไร

 

แต่แม่กำลังบอกว่า รัก เรา

นักศึกษาปีหนึ่งครั้งที่สาม

สำหรับฉัน 

นักศึกษาปีหนึ่งครั้งที่สาม




ปีหนึ่งครั้งแรก กับ วันแรกรับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ศูนย์รังสิต

วันแรกรับคือ วันแรกที่เราได้พบกับรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อน ไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยออกคำสั่งให้ทำตามเหมือนทาส

[ฉันไม่ได้ไปรับน้องคณะที่จ.ประจวบฯ และ Freshy Night ฝนตกจนงานล่ม]

ฉันจับอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้ว่า หวั่นไหวกับคนรอบกาย

เพื่อนใหม่

เพศหญิง เพศชาย หรือเพศอื่น ๆ  

ความแปลกสดไม่ช้ำหน้าวนเวียนเข้ามาเพื่อทักทาย

ยังไม่คุ้นกับการตอบคำถาม

ชื่ออะไรคะ

เรียนคณะอะไร

จบจากที่ไหนมา

เรียน 120 sec ไหน

ไปฟิวฯ กันไหม

คำถามอีกร้อยแปดแทบตอบไม่ทัน แต่ละวันๆ ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้พักใหญ่

จนหมดไปครึ่งเทอมด้วยความฮาเฮ

หลังจากนั้น

ฉันก็ไม่ต้องอธิบายความเป็นตัวเองอีก เพราะเพื่อนๆ ต่างรู้จักต่อๆ กันไปเป็นทอดๆ หมดแล้ว

ความสนุกของปีหนึงจบด้วยความมันส์หยดที่ภาคฤดูร้อน การพักร้อนสุดท้ายในชีวิตนักศึกษาหมดลง

และแล้วสี่ปีของการศึกษาในรั้วเหลืองแดงก็หมดลง

สอนให้ฉันรู้จักคำว่า "รักประชาชน" ขึ้นอีกเยอะเลย

 


ปีหนึ่งครั้งที่สอง กับวันปฐมนิเทศที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ฉันเป็นนักศึกษารุ่นที่ 1 ของสาขาวิชา

จึงไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องกับใครๆ ในตอนนั้น

ลงเรียนก็วิ่งตามพี่ๆ ในรุ่นเดียวกันไป เขาทำอะไรฉันก็ทำตาม

ทำตัวเองเรียบๆ ง่ายๆ ตามประสาคนปากดีที่เคยประทะคารมกับอาจารย์จนอาจารย์ส่ายหน้า

[เหตุผลจริง คือกลัวเรียนไม่จบ และไม่อยากเป็นคนไม่กล้าสู้กับความอดทนกับสิ่งที่ทนไม่ได้แท้จริง]

น้องรุ่น 2 จึงไม่มีเลือดเหลืองแดงเข้ามาสักคน

แต่ฉันก็ทำได้ดีเหมือนพี่ๆ ที่ฉันวิ่งตามสำเร็จได้กระดาษมาอีกแผ่นมาแปะฝาบ้านภายในเวลาสองปี

 



ปีหนึ่งอีกครั้ง กับวันเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ครั้งนี้เป็นอนาคตที่ฉันวาดไว้มานาน

[หลงตัวเองกับการทำงานนานสามปีกับประสบการณ์ที่เป็นเพียบแผ่นกระดาษบางๆ ระบุวันเดือนปีที่เข้าและออกจากที่ทำงานเท่านั้น]

งมงายกับการทำงานจนลืมความฝันเล็กๆ ของตัวเองไป

ได้เวลากลับมาใช้ชีวิตรักนักศึกษาอีกครั้งสดชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

การนับหนึ่งใหม่ทำได้เสมอ

และฉันจะพยายามทำให้ดีสมอย่างใจ

รอคอยมานาน

ไม่ผิดหวังที่ยังไม่ตายเสียก่อน

 

สู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งแล้วจ้า

 

จะตั้งใจเรียนไม่เกเร

ไม่กวนอารมณ์อาจารย์และพี่ๆ

ขยันทำรายงาน

หมั่นสร้างสัมพันธภาพกับรุ่นพี่และรุ่นเพื่อนที่มีอยู่เพียง 4 คน

เพื่อชีวิตที่ดีในการศึกษาไทย เย้ เย้

 


สมองแช่แข็งทำให้ร่างกายหมดพลังงาน



ความอดทนสูงสุดของชีวิตคือการทนในสิ่งที่ทนไม่ได้



เป็นการประกาศตนเองว่ายังไม่แก่เกินเรียน

 

และไม่ไปเที่ยวไหนมักออนไลน์ในห้องแชทของสตอรี่ไทยคะ


 

คิดถึงเด็กๆ ครอบครัวไดอารี่จังเลยคะ

พักเรียนแล้วก็มา Say Hi ! กันบ้างนะคะ




หัวใจดวงเดิม


 

เหมือนเดิม   อากาศร้อน

เหมือนเดิม   ฝนตก          

เหมือนเดิม   วิถีชีวิต


สำหรับบางคนแล้ว

บางสิ่งบางอย่างก็ยังคงไม่เปลี่ยน



 

นานแล้วที่ไม่ได้บอก รักกัน

นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

นานแล้วที่เราไม่เคยใกล้กัน

แต่เธอก็ยังเหมือนเดิม

มีเหตุผลอะไรไหม ที่เธอไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่มีคนๆ เดิมกับหัวใจดวงเดิมให้เธออีกแล้ว

ฉันเปลี่ยนไปแล้ว

แต่เธอก็ยังไม่เปลี่ยน

ยังคงห่วงใยเหมือนเดิม

ยังคงถามทุกข์สุขไม่เปลี่ยน

ยังคงรอสักวันที่ฉันจะกินข้าวกับเธออีกสักครั้ง

เวลาไม่เคยหยุดเธอได้เลยหรือ

 



ไม่อยากเจอเธออีก

เพราะฉันไม่รักเธออีกแล้ว

.

.

.

.

.

.
ไม่รักเธอแล้ว

.

.

.

.

.

.
เวลาที่เรามีคนรัก เราควรจะรักเขาอย่างสุดหัวใจ

เพราะไม่มีรักไหนดีไปกว่ารักที่อยู่ในวันนี้

ตามหาไป ของใหม่ก็ไม่รู้ของแท้หรือเทียม

 

 

 

 

ข้อความคิดส่งท้ายก่อนนอน

"เสียใจที่ได้ทำแม้ว่าไม่สำเร็จ ดีกว่าเสียใจที่ยังไม่ลอง..แม้แต่จะเริ่มทำ"



 

คืนนี้จะนอนหลับฝันดี

ตอนเช้าตื่นมาส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า "ฉันคนใหม่ มองโลกในแง่ดี"  



 

 

พักนี้เปลี่ยน Theme ได้ทุกวันสิน่า

 

 



 

สิ่ ง ดี ดี ที่ เ รี ย ก ว่ า รั ก

การตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับช่วงเหตุการณ์หนึ่ง

 

แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป

 

ความตื่นเต้นเวลาที่อยู่ข้างๆ ก็หายไป

ความคิดถึงเวลาที่อยู่ห่างไกลก็หายไป

ความห่วงใยก็ลดลง

คำหวานๆ ก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว

อะไรต่อมิอะไรก็เปลี่ยนไป

 

ทั้งที่ ความรักนานวันก็รักกันมากขึ้น แต่สิ่งที่แทนความหมายของความรักกลับลดลง

เพราะอะไร

 

เพราะว่า เรารู้จักเขามากพอแล้ว

เพราะว่า เรามี msg เยอะจนไม่ต้องส่งให้อีกแล้ว

เพราะว่า วันๆ ก็ทำอะไรเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องโทรไปบ่อย ๆ ยังไงคำตอบก็ได้ยินแบบเดิมๆ

เพราะว่า เราห้ามเขาไม่ให้ไปไหนมาไหนทำให้ไม่เจออะไรเสี่ยงๆ ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วง  

 

เพราะว่า เราทำความรักหล่นหาย เหลือเพียงแต่ ความผูกพัน หรือเปล่า

 

รักเก็บไว้ในใจ

ความห่วงใยก็เก็บเอาไว้

ความคิดถึงก็เก็บเอาไว้

คำหวานๆ ก็เลี่ยนไป

 

จะเหลืออะไรที่ให้กันอีก

 

น้อยใจอีกแล้ว

ขี้งอนอีกแล้ว

ขี้เหงาได้อีก

เพ้อเจ้อได้อีก

 

แต่ก็ยังหัวเราะให้กับตัวเองได้อีกเยอะ เพราะชีวิตไม่ได้มีแต่ความรักของใครคนเดียวที่ต้องแคร์ (มากนัก)

 

ข้อคิดส่งท้าย

เวลาแม่โทรมาถามว่า กินข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ แม่ไม่ได้อยากรู้หรอกว่าคำตอบคืออะไร

 

แต่แม่กำลังบอกว่า รัก เรา

นักศึกษาปีหนึ่งครั้งที่สาม

สำหรับฉัน 

นักศึกษาปีหนึ่งครั้งที่สาม




ปีหนึ่งครั้งแรก กับ วันแรกรับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ศูนย์รังสิต

วันแรกรับคือ วันแรกที่เราได้พบกับรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อน ไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยออกคำสั่งให้ทำตามเหมือนทาส

[ฉันไม่ได้ไปรับน้องคณะที่จ.ประจวบฯ และ Freshy Night ฝนตกจนงานล่ม]

ฉันจับอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้ว่า หวั่นไหวกับคนรอบกาย

เพื่อนใหม่

เพศหญิง เพศชาย หรือเพศอื่น ๆ  

ความแปลกสดไม่ช้ำหน้าวนเวียนเข้ามาเพื่อทักทาย

ยังไม่คุ้นกับการตอบคำถาม

ชื่ออะไรคะ

เรียนคณะอะไร

จบจากที่ไหนมา

เรียน 120 sec ไหน

ไปฟิวฯ กันไหม

คำถามอีกร้อยแปดแทบตอบไม่ทัน แต่ละวันๆ ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้พักใหญ่

จนหมดไปครึ่งเทอมด้วยความฮาเฮ

หลังจากนั้น

ฉันก็ไม่ต้องอธิบายความเป็นตัวเองอีก เพราะเพื่อนๆ ต่างรู้จักต่อๆ กันไปเป็นทอดๆ หมดแล้ว

ความสนุกของปีหนึงจบด้วยความมันส์หยดที่ภาคฤดูร้อน การพักร้อนสุดท้ายในชีวิตนักศึกษาหมดลง

และแล้วสี่ปีของการศึกษาในรั้วเหลืองแดงก็หมดลง

สอนให้ฉันรู้จักคำว่า "รักประชาชน" ขึ้นอีกเยอะเลย

 


ปีหนึ่งครั้งที่สอง กับวันปฐมนิเทศที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ฉันเป็นนักศึกษารุ่นที่ 1 ของสาขาวิชา

จึงไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องกับใครๆ ในตอนนั้น

ลงเรียนก็วิ่งตามพี่ๆ ในรุ่นเดียวกันไป เขาทำอะไรฉันก็ทำตาม

ทำตัวเองเรียบๆ ง่ายๆ ตามประสาคนปากดีที่เคยประทะคารมกับอาจารย์จนอาจารย์ส่ายหน้า

[เหตุผลจริง คือกลัวเรียนไม่จบ และไม่อยากเป็นคนไม่กล้าสู้กับความอดทนกับสิ่งที่ทนไม่ได้แท้จริง]

น้องรุ่น 2 จึงไม่มีเลือดเหลืองแดงเข้ามาสักคน

แต่ฉันก็ทำได้ดีเหมือนพี่ๆ ที่ฉันวิ่งตามสำเร็จได้กระดาษมาอีกแผ่นมาแปะฝาบ้านภายในเวลาสองปี

 



ปีหนึ่งอีกครั้ง กับวันเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ครั้งนี้เป็นอนาคตที่ฉันวาดไว้มานาน

[หลงตัวเองกับการทำงานนานสามปีกับประสบการณ์ที่เป็นเพียบแผ่นกระดาษบางๆ ระบุวันเดือนปีที่เข้าและออกจากที่ทำงานเท่านั้น]

งมงายกับการทำงานจนลืมความฝันเล็กๆ ของตัวเองไป

ได้เวลากลับมาใช้ชีวิตรักนักศึกษาอีกครั้งสดชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

การนับหนึ่งใหม่ทำได้เสมอ

และฉันจะพยายามทำให้ดีสมอย่างใจ

รอคอยมานาน

ไม่ผิดหวังที่ยังไม่ตายเสียก่อน