สำหรับฉัน
นักศึกษาปีหนึ่งครั้งที่สาม
ปีหนึ่งครั้งแรก กับ วันแรกรับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ศูนย์รังสิต
วันแรกรับคือ วันแรกที่เราได้พบกับรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อน ไม่ใช่รุ่นพี่ที่คอยออกคำสั่งให้ทำตามเหมือนทาส
[ฉันไม่ได้ไปรับน้องคณะที่จ.ประจวบฯ และ Freshy Night ฝนตกจนงานล่ม]
ฉันจับอารมณ์ ณ ขณะนั้นได้ว่า หวั่นไหวกับคนรอบกาย
เพื่อนใหม่
เพศหญิง เพศชาย หรือเพศอื่น ๆ
ความแปลกสดไม่ช้ำหน้าวนเวียนเข้ามาเพื่อทักทาย
ยังไม่คุ้นกับการตอบคำถาม
ชื่ออะไรคะ
เรียนคณะอะไร
จบจากที่ไหนมา
เรียน 120 sec ไหน
ไปฟิวฯ กันไหม
คำถามอีกร้อยแปดแทบตอบไม่ทัน แต่ละวันๆ ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้พักใหญ่
จนหมดไปครึ่งเทอมด้วยความฮาเฮ
หลังจากนั้น
ฉันก็ไม่ต้องอธิบายความเป็นตัวเองอีก เพราะเพื่อนๆ ต่างรู้จักต่อๆ กันไปเป็นทอดๆ หมดแล้ว
ความสนุกของปีหนึงจบด้วยความมันส์หยดที่ภาคฤดูร้อน การพักร้อนสุดท้ายในชีวิตนักศึกษาหมดลง
และแล้วสี่ปีของการศึกษาในรั้วเหลืองแดงก็หมดลง
สอนให้ฉันรู้จักคำว่า "รักประชาชน" ขึ้นอีกเยอะเลย
ปีหนึ่งครั้งที่สอง กับวันปฐมนิเทศที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
ฉันเป็นนักศึกษารุ่นที่ 1 ของสาขาวิชา
จึงไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องกับใครๆ ในตอนนั้น
ลงเรียนก็วิ่งตามพี่ๆ ในรุ่นเดียวกันไป เขาทำอะไรฉันก็ทำตาม
ทำตัวเองเรียบๆ ง่ายๆ ตามประสาคนปากดีที่เคยประทะคารมกับอาจารย์จนอาจารย์ส่ายหน้า
[เหตุผลจริง คือกลัวเรียนไม่จบ และไม่อยากเป็นคนไม่กล้าสู้กับความอดทนกับสิ่งที่ทนไม่ได้แท้จริง]
น้องรุ่น 2 จึงไม่มีเลือดเหลืองแดงเข้ามาสักคน
แต่ฉันก็ทำได้ดีเหมือนพี่ๆ ที่ฉันวิ่งตามสำเร็จได้กระดาษมาอีกแผ่นมาแปะฝาบ้านภายในเวลาสองปี
ปีหนึ่งอีกครั้ง กับวันเปิดเทอมที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ครั้งนี้เป็นอนาคตที่ฉันวาดไว้มานาน
[หลงตัวเองกับการทำงานนานสามปีกับประสบการณ์ที่เป็นเพียบแผ่นกระดาษบางๆ ระบุวันเดือนปีที่เข้าและออกจากที่ทำงานเท่านั้น]
งมงายกับการทำงานจนลืมความฝันเล็กๆ ของตัวเองไป
ได้เวลากลับมาใช้ชีวิตรักนักศึกษาอีกครั้งสดชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก
การนับหนึ่งใหม่ทำได้เสมอ
และฉันจะพยายามทำให้ดีสมอย่างใจ
รอคอยมานาน
ไม่ผิดหวังที่ยังไม่ตายเสียก่อน
สู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งแล้วจ้า
จะตั้งใจเรียนไม่เกเร
ไม่กวนอารมณ์อาจารย์และพี่ๆ
ขยันทำรายงาน
หมั่นสร้างสัมพันธภาพกับรุ่นพี่และรุ่นเพื่อนที่มีอยู่เพียง 4 คน
เพื่อชีวิตที่ดีในการศึกษาไทย เย้ เย้
สมองแช่แข็งทำให้ร่างกายหมดพลังงาน
ความอดทนสูงสุดของชีวิตคือการทนในสิ่งที่ทนไม่ได้
เป็นการประกาศตนเองว่ายังไม่แก่เกินเรียน
และไม่ไปเที่ยวไหนมักออนไลน์ในห้องแชทของสตอรี่ไทยคะ
คิดถึงเด็กๆ ครอบครัวไดอารี่จังเลยคะ
พักเรียนแล้วก็มา Say Hi ! กันบ้างนะคะ