อุดมคติทางการศึกษา
วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑
วันนี้มีอะไรที่ไม่เหมือนวันก่อนๆ
ที่รักมีนัดกับเพื่อนเก่าร่วมคณะ (เมื่อสิบปีที่แล้ว)
เพื่อนขอความคิดเห็นบางอย่าง เพื่อใช้เป็นแนวทางเรียนต่อปริญญาเอกกกกก ว้าววววว
อยากเรียนเอกบ้างจัง
เมื่อไรที่อยากเรียน ก็มักถูกปิดกั้นด้วยคำถาม “เรียนไปทำไม” แ ป๊ ก เ ล ย
“ ก า ร ทำ อ ะ ไ ร โ ด ย ไ ม่ มี เ ป้ า ห ม า ย ”
รู้สึกว่าฉันทำอย่างนี้มานานเสียจนเป็นการเติมเต็มความสุขให้ตัวเองไปเสียแล้ว
รักที่ได้เรียนสายสังคมศาสตร์ ทั้งที่รู้ว่าเรียนมาก็เอาไปทำอะไรที่เพิ่มเงินนนนเดือน ไม่ได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่านอกจากจะเรียนตามสายวิชาการที่จบมาแล้วเราจะเอาไปหางานอื่นๆ ได้ไหม
เนื่องจากเป็นศาสตร์แห่งความคิด การทำเพื่อมวลชน
ไม่ใช่ศาสตร์ทางด้านการบริหารเงิน เศรษฐกิจ การเมืองที่ดูจะเป็นเป้าหมายหลักของประเทศไปเสียแล้ว
เปรียบเทียบ โลกของการเรียนปัจจุบันต่างจากเมื่อก่อนมาก
เพื่อนนักเรียนในยุคนั้น เลือกเรียนเพราะว่าชอบ มากกว่าจะมาถามกันว่าจบไปแล้วเอาไปทำงานอะไร
ถ้ามองโลกไกลหน่อยก็ต้องตอบคำถามเดิมที่ว่า “เรียนเอาไปทำอะไรได้บ้าง”
การตอบโจทย์ทางโลก ทำร้ายอัตลักษณ์ของตัวเองมาก
เพราะที่บ้านไม่มีกิจการ ดังนั้น งานคือทุ่มเทให้คนอื่น ไม่รักก็ต้องอดทน ได้เงินใช้จ่ายเดือนชนเดือนก็พอ นี่หรือคุณภาพทางจิตใจของคน
มีกี่คนที่ได้ทำอะไรอย่างที่ใจหวังกันนะ
ไม่เคยเสียใจที่เลือกเรียนอย่างใจต้องการ
เสียใจนิดหน่อยที่วงการการศึกษาไทย และการเมืองไม่ได้สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น
การทำอะไรอย่างที่ใจอยากทำ เหนื่อยน้อยกว่าการวิ่งตามคนอื่นเป็นไหน ๆ
การยกระดับทางความคิด คือการยกระดับจิตใจของตัวเองก่อน
ไม่หลุดพ้นก็ต้องติดร่างแห ต่อไป
เอวัง!!!

ขอคนแรกเร้ย
คนที่เรียนเอกอ่ะ
เก่งๆๆ
ชาตินี้แพรวจะได้มั้ยเนี่ย
ต้องเกิดอิกี่ทีเนี้ย