counter 8,588

หม่นหมอง

บางทีเราก็ต้องเลือกหรือตัดอะไรบางอย่างออกด้วยความจำเป็นบางอย่างด้วยความหม่นหมอง

 

เป็นเพราะเราเองต้องการเปลี่ยนแปลง

และ

เป็นเพราะเราเองที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

 

ฉันจึงเหมือนคนบ้าที่พูดพร่ำอะไรต่อมิอะไรก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ (ดังคาดไว้)

ฉันพยายามสรุปใจความที่เราพูดจากันทุกครั้ง

ฉันพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นทางที่เราขีดไว้เสมอ

ฉันพยายามให้เขาเดินตามเส้นทางที่ฉันขีดไว้

 

- เส้นทางที่ฉันขีดไว้ -

 

เป็นเพราะเส้นทางนั้นเป็นฉันที่ขีดเส้น

เป็นเพราะฉันที่สร้างความพยายามเหล่านี้ขึ้นมา

เป็นเพราะฉันที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

เป็นเพราะฉันรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากการกระทำที่ละเลยเส้นทางนั้น

เป็นเพราะฉันที่คิดมากเกินไป

เป็นเพราะฉันเป็นคนง่าย ๆ และไม่อยากคิดมาก

ฉันเครียดทุกครั้งที่ความพยายามต้องล้มเหลว

 

หรือ

 

เป็นเพราะฉันมองเธอผิดไป

เป็นเพราะฉันคาดหวังอะไรที่เกินจริง

 

หากเราอยากให้อะไรมันเป็นเหมือนเดิม

มันคงเป็นไปไม่ได้

เพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว

เปลี่ยนไปด้วยความไม่ตั้งใจที่เกิดขึ้นระหว่างการละเลยเส้นทางนั้น

จะให้ฉันรักเธอเหมือนก่อน

ด้วยการตั้งความหวังเล็กๆ จากเธอเหมือนก่อน

มันคงปวดร้าว

ซึ่งฉันรับไม่ไหวจริงๆ

หยุด

กระทำการร้ายกาจต่อหัวใจเล็กๆ ของฉันเถิด

ฉันปวดร้าว

ฉันเสียใจ

 

เขียนจากหัวใจที่บอบบาง ณ วันนี้

 

PS. หายไปจากวงการไดอารี่เสียนาน ก็เน็ตมันเข้าไม่ได้น่ะ โทรฯ ไปขอคำปรึกษากับ dtac *1678 พนักงานก็น่ารักมากๆ ช่วยจนสุดความสามารถด้วยเวลาหลายชั่วโมงทีเดียว แล้วบอกว่า คุณอยู่ใกล้สำนักงานไหนลองเอาคอมฯ กับ มือถือไปให้เขาช่วยดูนะคะ รู้สึกดีที่เขาแสดงความรับผิดชอบ แสดงความพยายามต่อการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ขอบคุณมากๆ ค่ะ   

หม่นหมอง

บางทีเราก็ต้องเลือกหรือตัดอะไรบางอย่างออกด้วยความจำเป็นบางอย่างด้วยความหม่นหมอง

 

เป็นเพราะเราเองต้องการเปลี่ยนแปลง

และ

เป็นเพราะเราเองที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

 

ฉันจึงเหมือนคนบ้าที่พูดพร่ำอะไรต่อมิอะไรก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ (ดังคาดไว้)

ฉันพยายามสรุปใจความที่เราพูดจากันทุกครั้ง

ฉันพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นทางที่เราขีดไว้เสมอ

ฉันพยายามให้เขาเดินตามเส้นทางที่ฉันขีดไว้

 

- เส้นทางที่ฉันขีดไว้ -

 

เป็นเพราะเส้นทางนั้นเป็นฉันที่ขีดเส้น

เป็นเพราะฉันที่สร้างความพยายามเหล่านี้ขึ้นมา

เป็นเพราะฉันที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

เป็นเพราะฉันรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากการกระทำที่ละเลยเส้นทางนั้น

เป็นเพราะฉันที่คิดมากเกินไป

เป็นเพราะฉันเป็นคนง่าย ๆ และไม่อยากคิดมาก

ฉันเครียดทุกครั้งที่ความพยายามต้องล้มเหลว

 

หรือ

 

เป็นเพราะฉันมองเธอผิดไป

เป็นเพราะฉันคาดหวังอะไรที่เกินจริง

 

หากเราอยากให้อะไรมันเป็นเหมือนเดิม

มันคงเป็นไปไม่ได้

เพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว

เปลี่ยนไปด้วยความไม่ตั้งใจที่เกิดขึ้นระหว่างการละเลยเส้นทางนั้น

จะให้ฉันรักเธอเหมือนก่อน

ด้วยการตั้งความหวังเล็กๆ จากเธอเหมือนก่อน

มันคงปวดร้าว

ซึ่งฉันรับไม่ไหวจริงๆ

หยุด

กระทำการร้ายกาจต่อหัวใจเล็กๆ ของฉันเถิด

ฉันปวดร้าว

ฉันเสียใจ

 

เขียนจากหัวใจที่บอบบาง ณ วันนี้

 

PS. หายไปจากวงการไดอารี่เสียนาน ก็เน็ตมันเข้าไม่ได้น่ะ โทรฯ ไปขอคำปรึกษากับ dtac *1678 พนักงานก็น่ารักมากๆ ช่วยจนสุดความสามารถด้วยเวลาหลายชั่วโมงทีเดียว แล้วบอกว่า คุณอยู่ใกล้สำนักงานไหนลองเอาคอมฯ กับ มือถือไปให้เขาช่วยดูนะคะ รู้สึกดีที่เขาแสดงความรับผิดชอบ แสดงความพยายามต่อการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ขอบคุณมากๆ ค่ะ   

การมีชีวิตอยู่ของลมหายใจ

 

 

ตื่นตัวยามเช้าด้วยอารมณ์งัวเงีย

ตกลงที่คิดอยู่เป็นความฝันหรือความจริง

 

ก็ฉัน . . . มีเรื่องให้ต้องคิดตั้งแต่อยู่ในนิมิตรแห่งความฝัน

ฉันยังไม่ตื่น แต่กำลังคิดเรื่องของความจริงอยู่

เรื่องของอนาคตที่ปล่อยนิ่งเฉยมานาน

นานจนจับใจความไม่ได้แล้วว่า

 

สิ่งที่เป็นเป้าหมายในชีวิตของฉันหน้าตาเป็นอย่างไร

 

อาหารเช้าเตรียมไว้เพื่อบำรุงสมองวางบนโต๊ะกลมหน้าทีวี

ภาพในจอสี่เหลี่ยมบอกถึง ข่าวสารบ้านเมืองมีแต่ข่างร้ายๆ

การโจมตีกันทางวาทกรรมของนักการเมือง

พอกันที หยุดการรับข่าวสารไว้เท่านี้แล้วหันมาสนใจเรื่องของตัวเองต่อ . . .

 

อนาคตของฉันจะเดินทางไปทางไหนกัน

สับสนกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่

 

หวาดกลัว

. . .

โอ้เอ้

. . .

ข้ออ้าง

. . .

โดดเดี่ยว

. . .

ลังเล

. . .

วนเวียน

. . .

 

หยุด!!

ฉันสั่งตัวเองให้หยุดคิดเสียที

แล้วเริ่มต้นก้าวออกจากภาวะไร้สติ!

 

ฉันอาบน้ำแล้วคิดได้ว่า

ไม่ว่าสิ่งที่จะทำต่อไปนี้ผลจะเป็นอย่างไร ฉันจะเคารพในการตัดสินใจของตัวเอง

และ

จะยอมรับผลของการกระทำ

เรื่องเศร้าอาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไร

เพราะสิ่งเหล่านั้นคือ

สีสันของชีวิต

ถ้าโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างเดียว ฉันจะรู้ได้ไงว่าความเจ็บปวดเป็นไง ไม่สนุกเลย ชีวิตเรียบง่ายอย่างนั้นคงเซ็งจัดๆ

 

หยิบชุดสีขาวลายเพ้นตัวใหม่มาใส่ชีวิตจะได้สดใสเหมือนใหม่

 

มีความสุขกับตัวเองจัง

 

+ + บั๊บบายน้องพุงกลมเฝ้าห้องดีๆ นะ ขอออกไปท่องเที่ยวบนโลกกว้างก่อนน่ะ + +

หม่นหมอง

บางทีเราก็ต้องเลือกหรือตัดอะไรบางอย่างออกด้วยความจำเป็นบางอย่างด้วยความหม่นหมอง

 

เป็นเพราะเราเองต้องการเปลี่ยนแปลง

และ

เป็นเพราะเราเองที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

 

ฉันจึงเหมือนคนบ้าที่พูดพร่ำอะไรต่อมิอะไรก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ (ดังคาดไว้)

ฉันพยายามสรุปใจความที่เราพูดจากันทุกครั้ง

ฉันพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นทางที่เราขีดไว้เสมอ

ฉันพยายามให้เขาเดินตามเส้นทางที่ฉันขีดไว้

 

- เส้นทางที่ฉันขีดไว้ -

 

เป็นเพราะเส้นทางนั้นเป็นฉันที่ขีดเส้น

เป็นเพราะฉันที่สร้างความพยายามเหล่านี้ขึ้นมา

เป็นเพราะฉันที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

เป็นเพราะฉันรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากการกระทำที่ละเลยเส้นทางนั้น

เป็นเพราะฉันที่คิดมากเกินไป

เป็นเพราะฉันเป็นคนง่าย ๆ และไม่อยากคิดมาก

ฉันเครียดทุกครั้งที่ความพยายามต้องล้มเหลว

 

หรือ

 

เป็นเพราะฉันมองเธอผิดไป

เป็นเพราะฉันคาดหวังอะไรที่เกินจริง

 

หากเราอยากให้อะไรมันเป็นเหมือนเดิม

มันคงเป็นไปไม่ได้

เพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว

เปลี่ยนไปด้วยความไม่ตั้งใจที่เกิดขึ้นระหว่างการละเลยเส้นทางนั้น

จะให้ฉันรักเธอเหมือนก่อน

ด้วยการตั้งความหวังเล็กๆ จากเธอเหมือนก่อน

มันคงปวดร้าว

ซึ่งฉันรับไม่ไหวจริงๆ

หยุด

กระทำการร้ายกาจต่อหัวใจเล็กๆ ของฉันเถิด

ฉันปวดร้าว

ฉันเสียใจ

 

เขียนจากหัวใจที่บอบบาง ณ วันนี้

 

PS. หายไปจากวงการไดอารี่เสียนาน ก็เน็ตมันเข้าไม่ได้น่ะ โทรฯ ไปขอคำปรึกษากับ dtac *1678 พนักงานก็น่ารักมากๆ ช่วยจนสุดความสามารถด้วยเวลาหลายชั่วโมงทีเดียว แล้วบอกว่า คุณอยู่ใกล้สำนักงานไหนลองเอาคอมฯ กับ มือถือไปให้เขาช่วยดูนะคะ รู้สึกดีที่เขาแสดงความรับผิดชอบ แสดงความพยายามต่อการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ขอบคุณมากๆ ค่ะ   

การมีชีวิตอยู่ของลมหายใจ

 

 

ตื่นตัวยามเช้าด้วยอารมณ์งัวเงีย

ตกลงที่คิดอยู่เป็นความฝันหรือความจริง

 

ก็ฉัน . . . มีเรื่องให้ต้องคิดตั้งแต่อยู่ในนิมิตรแห่งความฝัน

ฉันยังไม่ตื่น แต่กำลังคิดเรื่องของความจริงอยู่

เรื่องของอนาคตที่ปล่อยนิ่งเฉยมานาน

นานจนจับใจความไม่ได้แล้วว่า

 

สิ่งที่เป็นเป้าหมายในชีวิตของฉันหน้าตาเป็นอย่างไร

 

อาหารเช้าเตรียมไว้เพื่อบำรุงสมองวางบนโต๊ะกลมหน้าทีวี

ภาพในจอสี่เหลี่ยมบอกถึง ข่าวสารบ้านเมืองมีแต่ข่างร้ายๆ

การโจมตีกันทางวาทกรรมของนักการเมือง

พอกันที หยุดการรับข่าวสารไว้เท่านี้แล้วหันมาสนใจเรื่องของตัวเองต่อ . . .

 

อนาคตของฉันจะเดินทางไปทางไหนกัน

สับสนกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่

 

หวาดกลัว

. . .

โอ้เอ้

. . .

ข้ออ้าง

. . .

โดดเดี่ยว

. . .

ลังเล

. . .

วนเวียน

. . .

 

หยุด!!

ฉันสั่งตัวเองให้หยุดคิดเสียที

แล้วเริ่มต้นก้าวออกจากภาวะไร้สติ!

 

ฉันอาบน้ำแล้วคิดได้ว่า

ไม่ว่าสิ่งที่จะทำต่อไปนี้ผลจะเป็นอย่างไร ฉันจะเคารพในการตัดสินใจของตัวเอง

และ

จะยอมรับผลของการกระทำ

เรื่องเศร้าอาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไร

เพราะสิ่งเหล่านั้นคือ

สีสันของชีวิต

ถ้าโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างเดียว ฉันจะรู้ได้ไงว่าความเจ็บปวดเป็นไง ไม่สนุกเลย ชีวิตเรียบง่ายอย่างนั้นคงเซ็งจัดๆ

 

หยิบชุดสีขาวลายเพ้นตัวใหม่มาใส่ชีวิตจะได้สดใสเหมือนใหม่

 

มีความสุขกับตัวเองจัง

 

+ + บั๊บบายน้องพุงกลมเฝ้าห้องดีๆ นะ ขอออกไปท่องเที่ยวบนโลกกว้างก่อนน่ะ + +

ฤดูกาลแห่งความอบอุ่นที่อบอุ่นมากกว่ารัก

ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นในยามเช้าของน้องพุงกลมสีนวล

ปลุกสติให้ตื่นจากภวังค์ของความฝัน

ฉันพยายามคิดว่าเมื่อคืนฝันเรื่องอะไรอยู่ ฝันดีหรือว่าฝันร้าย

แล้วก็คิดได้ว่า ฝันร้ายนี่น่า

กลับไปนอนใหม่จะได้ฝันใหม่ แล้วจะได้เริ่มต้นจิตนาการสวยงามอีกครั้งในภวังค์ของความฝัน

แต่

นอนไม่หลับ

เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราสามารถลบมันออกไปได้ตราบใดที่ใจเราต้องการ

และในการกระทำบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่มีประโยชน์อันใดที่จะทำ

 

เวลามันล่วงเลยมานานหลายนาทีกว่าจะคิดได้ว่า วันนี้เป็นวันหยุดทางศาสนาพุทธนิ

จะไปวัด พระก็คงเสร็จกิจของสงฆ์เข้ากุฎิกันหมดแล้ว

นาฬิกาเดิน ติ๊ ก ต๊ อ ก  ติ๊ ก ต๊ อ ก  ติ๊ ก ต๊ อ ก . . .

ฉันผละอ้อมกอดเล็กๆ ออกจากตัวก่อนจะเดินไปหน้าทีวี

นิ่งอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่า วันนี้จะทำอะไรดี

เริ่มต้นจากการกินอะไรก่อน

แล้วยังไงอีก . . .

ติ๊ ก ต๊ อ ก . . . ติ๊ ก ต๊ อ ก . . . เตือนให้รู้ว่าเวลาทุกวินาทีกำลังวิ่งหนีฉันไปข้างหน้า

ฉันลูบแขนข้างขวาก็สดุดกับรอยกรีดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่าง งงงวย

เป็นอะไรตั้งแต่เมื่อไร

รอยแดงๆ ตรงนี้ เกิดได้ยังไง เมื่อวาน เมื่อคืน ไปทำอะไรมา นะ

นั่งคิดไปก็ไม่ได้ทำตอบ เลิกคิดแล้ว

อาบน้ำดีกว่า จะเที่ยงแล้ว หิวข้าวจัง

กินข้าวกันไหมค่ะ

 

P.S. ขอบคุณ สำหรับทุกข้อความคอมเม้นท์ และมอบความรู้สึกอบอุ่นมากกว่าไดอารี่เป็นอย่างไร

ขอให้อบอุ่นเช่นนี้ตลอดกาลนะคะ

 

แล้วจะแว้วไปอ่านไดอารี่คะ

I’m พัด & แพทตี้

 

หม่นหมอง

บางทีเราก็ต้องเลือกหรือตัดอะไรบางอย่างออกด้วยความจำเป็นบางอย่างด้วยความหม่นหมอง

 

เป็นเพราะเราเองต้องการเปลี่ยนแปลง

และ

เป็นเพราะเราเองที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

 

ฉันจึงเหมือนคนบ้าที่พูดพร่ำอะไรต่อมิอะไรก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ (ดังคาดไว้)

ฉันพยายามสรุปใจความที่เราพูดจากันทุกครั้ง

ฉันพยายามทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นทางที่เราขีดไว้เสมอ

ฉันพยายามให้เขาเดินตามเส้นทางที่ฉันขีดไว้

 

- เส้นทางที่ฉันขีดไว้ -

 

เป็นเพราะเส้นทางนั้นเป็นฉันที่ขีดเส้น

เป็นเพราะฉันที่สร้างความพยายามเหล่านี้ขึ้นมา

เป็นเพราะฉันที่กลัวการเปลี่ยนแปลง

เป็นเพราะฉันรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงจากการกระทำที่ละเลยเส้นทางนั้น

เป็นเพราะฉันที่คิดมากเกินไป

เป็นเพราะฉันเป็นคนง่าย ๆ และไม่อยากคิดมาก

ฉันเครียดทุกครั้งที่ความพยายามต้องล้มเหลว

 

หรือ

 

เป็นเพราะฉันมองเธอผิดไป

เป็นเพราะฉันคาดหวังอะไรที่เกินจริง

 

หากเราอยากให้อะไรมันเป็นเหมือนเดิม

มันคงเป็นไปไม่ได้

เพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว

เปลี่ยนไปด้วยความไม่ตั้งใจที่เกิดขึ้นระหว่างการละเลยเส้นทางนั้น

จะให้ฉันรักเธอเหมือนก่อน

ด้วยการตั้งความหวังเล็กๆ จากเธอเหมือนก่อน

มันคงปวดร้าว

ซึ่งฉันรับไม่ไหวจริงๆ

หยุด

กระทำการร้ายกาจต่อหัวใจเล็กๆ ของฉันเถิด

ฉันปวดร้าว

ฉันเสียใจ

 

เขียนจากหัวใจที่บอบบาง ณ วันนี้

 

PS. หายไปจากวงการไดอารี่เสียนาน ก็เน็ตมันเข้าไม่ได้น่ะ โทรฯ ไปขอคำปรึกษากับ dtac *1678 พนักงานก็น่ารักมากๆ ช่วยจนสุดความสามารถด้วยเวลาหลายชั่วโมงทีเดียว แล้วบอกว่า คุณอยู่ใกล้สำนักงานไหนลองเอาคอมฯ กับ มือถือไปให้เขาช่วยดูนะคะ รู้สึกดีที่เขาแสดงความรับผิดชอบ แสดงความพยายามต่อการช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ ขอบคุณมากๆ ค่ะ   

การมีชีวิตอยู่ของลมหายใจ

 

 

ตื่นตัวยามเช้าด้วยอารมณ์งัวเงีย

ตกลงที่คิดอยู่เป็นความฝันหรือความจริง

 

ก็ฉัน . . . มีเรื่องให้ต้องคิดตั้งแต่อยู่ในนิมิตรแห่งความฝัน

ฉันยังไม่ตื่น แต่กำลังคิดเรื่องของความจริงอยู่

เรื่องของอนาคตที่ปล่อยนิ่งเฉยมานาน

นานจนจับใจความไม่ได้แล้วว่า

 

สิ่งที่เป็นเป้าหมายในชีวิตของฉันหน้าตาเป็นอย่างไร

 

อาหารเช้าเตรียมไว้เพื่อบำรุงสมองวางบนโต๊ะกลมหน้าทีวี

ภาพในจอสี่เหลี่ยมบอกถึง ข่าวสารบ้านเมืองมีแต่ข่างร้ายๆ

การโจมตีกันทางวาทกรรมของนักการเมือง

พอกันที หยุดการรับข่าวสารไว้เท่านี้แล้วหันมาสนใจเรื่องของตัวเองต่อ . . .

 

อนาคตของฉันจะเดินทางไปทางไหนกัน

สับสนกับตัวเองอยู่สักพักใหญ่

 

หวาดกลัว

. . .

โอ้เอ้

. . .

ข้ออ้าง

. . .

โดดเดี่ยว

. . .

ลังเล

. . .

วนเวียน

. . .

 

หยุด!!

ฉันสั่งตัวเองให้หยุดคิดเสียที

แล้วเริ่มต้นก้าวออกจากภาวะไร้สติ!

 

ฉันอาบน้ำแล้วคิดได้ว่า

ไม่ว่าสิ่งที่จะทำต่อไปนี้ผลจะเป็นอย่างไร ฉันจะเคารพในการตัดสินใจของตัวเอง

และ

จะยอมรับผลของการกระทำ

เรื่องเศร้าอาจจะเกิดขึ้น แต่ไม่เป็นไร

เพราะสิ่งเหล่านั้นคือ

สีสันของชีวิต

ถ้าโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างเดียว ฉันจะรู้ได้ไงว่าความเจ็บปวดเป็นไง ไม่สนุกเลย ชีวิตเรียบง่ายอย่างนั้นคงเซ็งจัดๆ

 

หยิบชุดสีขาวลายเพ้นตัวใหม่มาใส่ชีวิตจะได้สดใสเหมือนใหม่

 

มีความสุขกับตัวเองจัง

 

+ + บั๊บบายน้องพุงกลมเฝ้าห้องดีๆ นะ ขอออกไปท่องเที่ยวบนโลกกว้างก่อนน่ะ + +

ฤดูกาลแห่งความอบอุ่นที่อบอุ่นมากกว่ารัก

ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นในยามเช้าของน้องพุงกลมสีนวล

ปลุกสติให้ตื่นจากภวังค์ของความฝัน

ฉันพยายามคิดว่าเมื่อคืนฝันเรื่องอะไรอยู่ ฝันดีหรือว่าฝันร้าย

แล้วก็คิดได้ว่า ฝันร้ายนี่น่า

กลับไปนอนใหม่จะได้ฝันใหม่ แล้วจะได้เริ่มต้นจิตนาการสวยงามอีกครั้งในภวังค์ของความฝัน

แต่

นอนไม่หลับ

เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราสามารถลบมันออกไปได้ตราบใดที่ใจเราต้องการ

และในการกระทำบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องทำ ในเมื่อไม่มีประโยชน์อันใดที่จะทำ

 

เวลามันล่วงเลยมานานหลายนาทีกว่าจะคิดได้ว่า วันนี้เป็นวันหยุดทางศาสนาพุทธนิ

จะไปวัด พระก็คงเสร็จกิจของสงฆ์เข้ากุฎิกันหมดแล้ว

นาฬิกาเดิน ติ๊ ก ต๊ อ ก  ติ๊ ก ต๊ อ ก  ติ๊ ก ต๊ อ ก . . .

ฉันผละอ้อมกอดเล็กๆ ออกจากตัวก่อนจะเดินไปหน้าทีวี

นิ่งอยู่นานกว่าจะคิดได้ว่า วันนี้จะทำอะไรดี

เริ่มต้นจากการกินอะไรก่อน

แล้วยังไงอีก . . .

ติ๊ ก ต๊ อ ก . . . ติ๊ ก ต๊ อ ก . . . เตือนให้รู้ว่าเวลาทุกวินาทีกำลังวิ่งหนีฉันไปข้างหน้า

ฉันลูบแขนข้างขวาก็สดุดกับรอยกรีดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่าง งงงวย

เป็นอะไรตั้งแต่เมื่อไร

รอยแดงๆ ตรงนี้ เกิดได้ยังไง เมื่อวาน เมื่อคืน ไปทำอะไรมา นะ

นั่งคิดไปก็ไม่ได้ทำตอบ เลิกคิดแล้ว

อาบน้ำดีกว่า จะเที่ยงแล้ว หิวข้าวจัง

กินข้าวกันไหมค่ะ

 

P.S. ขอบคุณ สำหรับทุกข้อความคอมเม้นท์ และมอบความรู้สึกอบอุ่นมากกว่าไดอารี่เป็นอย่างไร

ขอให้อบอุ่นเช่นนี้ตลอดกาลนะคะ

 

แล้วจะแว้วไปอ่านไดอารี่คะ

I’m พัด & แพทตี้

 

สิ่งที่คุณเลือก การเป็นตัวตนของคุณ

ฉันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกจากกองหนังสือที่เรียงรายบนชั้นหน้าร้านหนังสือ

อ่านข้อความสั้นๆ บนปก

พลิกชมหน้าตาของหนังสือ

วัดน้ำหนักของหนังสือจากความหนาของกระดาษ

แล้วเริ่มเปิดอ่านข้อความด้านใน

 

ส่วนของปกหน้า

ด้านในมีส่วนเกินของหนังสือเล็กๆ พับไว้ เขียนข้อความที่ผู้เขียนต้องการสื่อถึงเนื้อหาในเล่ม

ฉันนิ่งอ่านอยู่สักพักหนึ่ง แต่ก็จับใจความได้ไม่ลึกซึ้งเท่าใดนัก

 

ปกหลัง

พลิกกลับไปปกหลังอ่านบทความสั้น ๆ ที่บ่งบอกถึงความเด่นในเนื้อความของหนังสือ

แต่ก็ไม่สะดุดใจเท่าไร

 

หน้าสารบัญ

บอกได้ว่าฉันจะพบอะไรดี ๆ ได้บ้างจากหนังสือเล่มนี้

 

ฉันเริ่มต้นอ่านคำนำ

ทุกครั้งที่อ่านหนังสือ ฉันจะเริ่มอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงปกหลัง

คำนำ

เลือกเอาผู้ที่มีชื่อเสียงมีคนรู้จักมาเขียนบทนำเป็นให้ผู้อ่าน หรือคิดจะอ่าน ได้มองเห็นมุมมองของผู้เขัยน

และ

คำนำจากผู้เขียน เป็นเสมือนเครื่องหมายสะท้อนตัวตนของผู้เขียนที่นักอ่านจะได้รู้จัก หากตัดสินใจเลือกเล่มนี้

บทนำ บทแรกของเล่ม

ฉันตั้งใจอ่านข้อความขึ้นต้นของบทนำ

และ

คิดได้ว่า เรื่องที่จะอ่านต่อไปนี้ คงจะน่าสนใจแล้วละ อดใจไว้อ่านต่อที่บ้านดีกว่า

ฉันเลือกหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน

เพราะฉันคิดว่า

หากฉันไม่คิดที่จะสนใจพิจารณาทุกอย่างของหนังสือให้ดี

ฉันคงปิดกั้นตนเองออกจากโลกอีกใบหนึ่งของคนอื่น